Patzh's profileเดอะ เซลล์โฟนโทนิค วิท อ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
เดอะ เซลล์โฟนโทนิค วิท อะไรดีหละ - ไอเดีย ฟอร์ สเปซเ พ น ก วิ น คื อ สิ่ ง ไ ม่ มี ชี วิ ต ที่ ทํ า ใ ห้ เ ร า ยั ง มี ชี วิ ต อ ย่ า ง มี ค ว า ม สุ ข . . . . |
|||||
|
เดอะ เซลล์โฟนโทนิค วิท อะไรดีหละ June 03 พฤษภาคมเดือนที่แล้ว
เจอพิษรักปักใจถอนยังไงก็ไม่ออก
ตายแล้ว!!!!
จะช่วยยังไงดี
ก็ทำยังไงได้
รักครั้งนี้มันช่างหอมหวานสิ้นดี
แต่บางทีก็ต้องดูตาม้าตาเรือและคิดให้ดี
เพื่อนเกาแฟนเก่า จะมาเยี่ยม
พร้อมบอกลา
สุขภาพร่ายกายผ่ายผอมเพราะตรอมใจ
มันควรจะเชื่อซักเท่าไหร่เชียว????
'รักบอกเร็วหรือช้า ยังออกเสียงเหมือนเดิม
แต่(ความรู้สึก)มันชัดเจนกว่า'
แต่สุดท้าย
'พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว'
ป.ล.
- เพนกวิน เสร็จแล้ว จนได้อะนะ
- อบอุ่น บางทีแค่รู้สึกว่ามันยังไม่คุ้นเคย แต่คิดว่าเริ่มอยากจะคุ้นเคยบ้างแล้วหละ
- เทอจะรู้บ้างไหมว่าฉันอยากเอาใจเทอทุกทุกวัน....
- คิดถึงสิ่งที่เคยบอกไว้
May 12 วันที่ฝันไปคนเดียวตอนนอนฝันอะไรบ้าง?
ฝันว่าได้เจอกับคนมากมายที่เราคุ้นหน้าแต่ไม่รู้จักมาทักทาย
ฝันว่าได้เจอกับคนที่เรารู้สึกดีแล้วต้องการแชร์ความรู้สึกกับเรา
ฝันว่าวิ่งหนีผีกลางป่าช้าที่เต็มไปด้วยข้าวโพดและอ้อย!
ฝันว่าตัวเหี้ยแม่งแลบลิ้นออกมาแล้วกลายเป็นแมวอยู่ในนั้น
ฝันว่าได้ฟันสาวงามหน้าพาร์ตพารากอน (ฟันในที่นี้ไปตีความเอาเอง!)
หรือ
ฝันว่าได้เป็นร็อคสตาร์และมีสาวๆมากรี๊ดกราด
แต่เราเคยฝันว่าเราเป็นคนธรรมดาบ้างมั้ย?
ชีวิตที่ไม่อาจจะควบคุมได้ที่มาพร้อมกับสิ่งต่างๆที่ทำให้เราห่างไกลจากคำว่าธรรมดา
ทำหนังสั้นออกมาดีทำให้เรากลายเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่น
แต่สิ่งที่มันทำให้เกิดขึ้น
เพราะว่าเรากลายเป็นความคาดหวังของคนธรรมดามากกว่า
คนธรรมดาที่ทำให้คนธรรมดาอยากเป็นคนธรรมดา
คนธรรมดาที่มีความสุขในการนั่งกินไข่ปิ๊งริมถนน
หรือคนธรรมดาที่จะโชว์นิ้วกลางด่าพ่อใครก็ได้ที่เราไม่ชอบขี้หน้า
คนธรรมดาที่มีความรู้สึก...
และคนธรรมดาที่กำลังหายใจอยู่
หรือแค่เป็นคนธรรมดาที่สามารถควบคุมชีวิตของตัวเองได้
แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับคนคนนึง
หากว่าสิ่งที่เราทำ
มันห่างไกลออกไปทุกที....
มันก็คงไม่ต่างกับการที่เราอยู่เฉยๆ
และไม่ทำอะไรนอกจากเฝ้ารอความหวัง
ชีวิตที่มีความสุข ความรู้สึกที่เป็นสุข
ทำสิ่งที่เป็นสุขและมองอย่างเป็นสุข
ความสุขที่ได้มองคนเดียวในมุมมองตัวคนเดียว
อาจจะดูเห็นแก่ตัวแต่ก็คงทำให้เรามีความสุขเล็กๆได้บ้างหละนะ
เราเขียนไปทำไมวะ....
ในเมื่อตื่นขึ้นมามึงก็เป็นคนธรรมดาเหมือนทุกคน
ป.ล.
- แด่ Ian Curtis
- Control - เป็นคนธรรมดามันเป็นได้ยากเหลือเกิน...
- วันที่ดีเพียงวันเดียว คงไม่ทำให้ 37 วันที่แย่มันดีขึ้นมาได้....แด่ เรดดิ้ง ที่จากไป
- จะมีวันดีดีได้อีกกี่วัน....
April 28 อยากปล่อยใจให้ฝันละเมอเจอเธอทุกวัน...1
01:17 น.
"ค่ำคืนได้แต่มองนาฬิกา
ให้เวลาร่ายกายได้ทำตามหัวใจหลับฝัน
ทุกคืนฉันก็มองมันทุกวัน....เข็มยาวเดินไป"
เพลง clock ของ supersub ลอยออกมาจากวิทยุด้วยความหวังเล็กๆว่ามันจะช่วยให้ผมนอนหลับได้ง่ายขึ้น
แต่ผมคิดผิด
มันทำให้ผมนั่งคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่มันเคยผ่านมาในชีวิตมากกว่า
เรื่องราวที่เคยผ่านมาทุกวัน.....
วันนึงเราเจออะไรบ้างวะที่มันน่าจะเก็บเอาไว้ใต้หนังศรีษะมันก็คงไม่มากเท่าไหร่หรอก
สำหรับเรื่องราวที่มันน่าจดจำเพียงพอในการทำให้ผมลุกขึ้นมานั่งแล้วฟังเพลงนึงเพื่อนึงถึงมัน "เกลียดความรักที่ทำให้เราต้องเสียใจ....ครื๊ด...ครื๊ด...แต่ก็ค้นยังคอยจะหามันเรื่อยยยยย"
เสียงริงโทนเพลงขาหมูที่ผมบอกว่าไม่ชอบมันแต่ก็ยังเอามาใช้ดังขึ้นในเวลาที่มันไม่ควรดัง ปลายสายเป็นอ๊อบโทรมาจากที่ห่างไกล
"สวัสดีครับพ่อหนุ่ม"
ผมว่ามันคงไม่มีอะไรแย่มากกว่าการที่มันโทรมาถูกเบอร์แล้วยังถามคำถามที่ผมไม่อยากจะตอบในรอบปี
แต่ทำไมเพลงมันถึงวนไปมาอย่างนี้นะ....
2
"เรื่องราวที่ได้ผ่านมาถึงวัน
ที่จะลืมแล้วเราลองหลับตานอนนับดาวในฝัน
ฝันดี อยากจะฝันดูซักที ทุกคืน....."
กัน : การนั่งแดกเบียร์ตอนที่เล่นคอนเสิร์ตเสร็จแม่งมีความสุขมากเลยนะเว้ย...มึงคิดดูดิ ถ้ากูมีแฟนกูนี่ต้องมาอยุ่กับแฟนอดแดกเบียร์กับพวกมึงเลยนะ
ออฟ : สัด มึงนะแก้ปัญหาผิดจุด ที่มึงต้องทำคือมึงต้องหาแฟนแดกเบียร์เหมือนมึง ไม่ใช่ทำตัวโสด
กัน : อ้าว เหี้ยแล้วถ้ามึงไปเที่ยวอ่างแล้วมึงจะพาแฟนมึงไปมั้ย
ออฟ : เหี้ย มันคนละเรื่องเหอะ อ่างก็อ่างเบียร์ก็เบียร์ คนละเรื่องกัน
กัน : เรื่องเดียวกันแดกเบียร์กะลงอ่างนะเรื่องเดียวกัน คือมึงไม่ต้องมีแฟนมาคอยคุมแบบแม่เข้าใจความหมายปะ
ออฟ : มึงพูดเหมือนมึงมีแฟนเลยนะ
กัน : อ้าวเหี้ย กูกำลังบอกข้อดีของการเป็นโสดให้มึงฟัง อย่างเนี้ยแฟนมึงไม่อยู่ มึงทำอะไรเค้าก็ไม่รู้ ไม่ต้องระแวง เสมือนมึงเป้นโสด มึงมีความสุขมั้ยหละ นั่นแหละประเนของกู ไม่ใช่ที่ว่าจะมาต้องคอยเอาใจใส่ คอยดูแลอะไรแบบนี้ มึงรู้จักปะเนี้ย หรือว่าตั้งแต่มึงมีแฟนมึงเลิกทำไปแล้ว กูต้องมุดรูโทรศัพท์ไปจูนให้มึงได้สติมั้ย
ออฟ : สัด คนละเรื่องแล้ว มึงเคยมีใครซักคนนึงที่ทำให้มึงคิดถึงเค้าแล้วอยากดูแลเค้ามั้ยหละ
กัน : เหี้ย สัด มึงก็รู้ ว่ามันยาก....
ออฟ : ยากเพราะอะไร มึงไม่เอาเค้าหรือเค้าไม่เอามึง
กัน : เอ้ย มึง ชีวิตคนเราไม่ใช่เพลงบอย โกสิยพงศ์นะเว้ยที่จะได้ฟังแล้วชีวิตมีรักตลอดเวลา เหี้ย ของแบบนี้มันไม่ใช่แค่ความเข้าใจ กับ ความรู้สึกวะ มันมีเรื่องเวลา สถานที่ ความสัมพันธ์ แล้วอาจจะเป็นเรื่องฟิสิกส์กับแคลที่มึงยังเรียนไม่ผ่านมาเกี่ยวด้วยก็ได้นะเว้ย
ออฟ : มึงพูดเหมือนมึงเคยมีแฟน
กัน : อ้าว เหี้ย ถ้ากูมีกูไม่มานั่งพูดแบบนี้หรอก เอาเวลาไปโทรหาแฟนดีกว่า
ออฟ : สัด มึงเอาตูดไปอุดปากดีกว่า กับ เอมกูก็คุยเว้ย อยู่ไกลแต่ก็คุยแล้วของมึงหละตัดสินใจว่ายังไง มึงจะทำยังไงต่อไป มึงอยากจะเป็นเหมือนเดิมก็ได้นะเว้ย แต่กูว่าถึงเวลาที่มึงต้องทำอะไรบางอย่างแล้วหละแล้วมันไม่เกี่ยวกับว่ามึงจะชอบชีวิตของมึงตอนนี้หรือเปล่าด้วย แต่สิ่งที่มึงต้องคิดคือมึงจะต้องจำใส่กบาลมึงเอาไว้ว่ามึงต้องเคลียร์ความรูสึกตัวเองให้ได้ก่อนวะ ก่อนที่จะไปคิดอะไรกับใคร จัดการตัวเองซะ
กัน : กูเข้าใจมึง แต่มึงนะไม่เข้าใจกู
ออฟ : งั้นก็ไปเข้าใจตัวเองซะ เพราะกูไม่ใช่มึงกูไม่เข้าใจมึงหรอก แต่นี่คือสิ่งที่กูคิด มึงก็เอาไปคิดต่อแล้วกันเพื่อมึงจะดูฉลาดในเรื่องที่มึงโง่บ้าง เออ ว่างๆโทรไปหาเค้าก็ดีนะเว้ยถ้ามึงยังคิดอะไรกับเค้าอยู่ กูแค่เตื่อนก่อนที่มึงจะลืมเค้าไปแล้วปล่อยให้อะไรมันยังค้างคา กูบอกมึงได้แค่นี้แหละ กูง่วงแล้ว ฝันดีหละมึง
"ตื๊ด...ตื๊ด...ตื๊ด..."
........
"ห่าเอ้ย..."
ผมอุทาน
3
02:03 น.
"จะตี 2 ยังไม่หลับ
จะตี 3 ตาสว่าง
ในคืนนี้....
ฉันคงไม่พบเธอซักที"
ทำไมผมได้ยินเพลงนี้ดังขึ้นเรื่องๆ ทั้งที่เพลงนี้จบไปได้ตั้งแต่ผมคุยกับออฟประโยคแรก
ที่ผมได้ยินเพลงนี้จริงๆใช่มั้ย
แล้วออฟมันโทรมาหาผมจริงหรือเปล่า
ผมเกิดคำถาม?
ใครและใครที่เกิดอะไรขึ้นในเวลาที่เราต้องการในช่วงเวลาที่เหลือมล้ำเหลือเกินกับอารมณ์ขันของเพื่อนที่ไม่ค่อยสนุกเวลาที่เราอยู่ตรงนั้นเท่าไหร่
ทำไมเราต้องคอยตอบคำถามเกี่ยวกับใครซักคนนึงที่เราคิดว่าเค้าคงไม่ได้ต้องการจะบอกอะไรกับเรากันแน่
เพราะเรายังไม่เคยรู้ในบางอย่างว่าอะไรผลักดันให้เรามองหาใครคนนั้นให้มาแทนที่ใครอีกคนนึง
นี่มันอะไรกันเนี้ย
มันคงจะสนุกดีเหมือนกัน ถ้าหากว่านักวิทยาศาสตร์ที่สาสามรถลบความทรงจำเหมือนในเรื่อง Eternal Sunshine and the spotless mind ที่นำแสดงโดยจิมแครี่เข้ามาในบ้านผมตอนนี้ แล้วอะไรขีดเป็นเส้นๆในสองของผมในช่วงที่ผมต้องการจะลบความจริงเหลื่อมเวลาที่ไอนสไตน์ได้พูดเอาไว่ในทฤษฎีสัมพันธ์ภาพที่มันกระทบถึงความสัมพันธ์ของคนสอง ถึง สามคน ให้มันจบ แล้วหยุดทุกอย่างไว้แค่นี้
มีแต่คำถามในสิ่งที่เราไม่ต้องการคำตอบกับทุกอย่าง
คำถามบ้าอะไรวะนั่งคิดแต่รู้สึกได้ว่าเหงือออกทั้งตัว
หรือว่าผีอำวะ...
ผมขยับตัวแล้วลุกขึ้นยืนตามองนาฬิกาอีกครั้งเพื่อให้รู้ว่าผีไม่ได้อำ
และไม่มีเธอคนนั้นและคนไหนมาอยู่เคียงข้าง
แม้กระทั่งในฝัน
ในวันที่ผมพยายามจะหลับตานอน...
4
05:26
"อยากเจอเธอในฝัน
ทิ้งความจริงที่ฉันไม่มีเธอ
อยากปล่อยใจให้ฝันละเมอเจอเธอทุกวัน...
ปล่อยเวลาที่เช้าขึ้นทุกที ฉันจะหมดเวลาเจอเธอคืนนี้
หมดสิทธิ์ฝัน....
หมดสิทธิ์ฝันดี....
พรุ่งนี้............"
ตาผมยังสว่างและมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า
แต่ผมยังสงใสว่าทำไมผมถึงได้ยินเพลงนี้จนถึงตอนนี้...
:D
________________________________________________________
ป.ล.
- เรื่องเหี้ยๆจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป
- clock - supersub
- วันนึงจะมีคนได้ดูหนังเรื่อง'แพรว'
- เวลาที่เรามีใครอยู่ข้างๆมันทำให้เวลาเดินไปอย่างมีความสุขเสมอ
- คิดถึง...สิ่งที่เคยบอกไว้
April 24 คนที่พูดเหมือนทำได้ทุกอย่างมันเอาใจยากคนที่พูดเหมือนกับเรื่องราวทุกสิ่ง อย่าง อัน บนโลกใบนี้
ถูกตรัสรู้โดนท่านมันเป็นเหมือนกับเทพด้านศาสตร์และศิลปเยี่ยงปราชญ์ตะวันตกและตะวันออกมาฟีจเจอริ่งกันในยุคปัจจุบัน ในช่วงเวลาที่ผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานในวันนี้เอาแต่พูด พูด พูด ซึ่งตรรกะมันขัดกับความเป็นผู้รู้อย่างเห็นได้ชัดแต่สิ่งเหล่านี้มักจะเป็นที่ชื่อชอบของคนอันมีจะกินแต่ไร้สมอง ที่ชื่นชอบความบันเทิงและการโห่ฮาอันเป็นวัฒนธรรมใหม่ของสังคมสุดโต่งบนโลกที่มีเงินอย่างเดียวอยู่ไม่ได้ต้องโง่และปิดหูปิดตาเดินอีกตะหาก ที่กล่าวไปทั้งหมดเป็นแค่ตัวอย่างของพื้นฐานทางสังคมที่เกิดขึ้นในช่วงที่มนุษย์ต้องผ่านระบบการศึกษาที่เรียนออกมาเพื่อให้ไดดีกรีมากกว่าวิธีที่จำสร้างงาน เพิ่มพูนความคิดบนโลกแห่งวัฎจักรของอเมริกันดรีมที่ตั้งตนเป็นใหญ่บนประเทศโลกที่ 3 รวมไปถึงประเทศกำลังพัฒนาที่มีอำนาจชื่อเสียงเงินตราที่คอยกำหนดทุกสิ่ง อย่าง อัน บนโลก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม รวมไปถึงชีชะตาความถูกผิดด้วยความรุนแรงดั่งเช่นคนป่าที่อาศัยอยู่บนถำขนาดเล็กและสูงเสียดฟ้าจนตามองไม่เห็นพื้นดิน (ไปคุยกับเพื่อน) (อ้าว ถึงไหนแล้วเนี้ย อ่อๆ) จะว่าไปเดี่ยวนี้คนเรามันจะมีความสามารถสูงเสมอ เพราะดูแต่ละคนแล้วล้วนแต่สามารถสร้างสรรค์ประดิษฐ์กรรมใหม่ขึ้นมาได้ดุจดั่งอัจฉริยะข้ามคืนทั้ง 54 สัปดาห์มารวมกันในร่างเดียว โดยการขายฝันแล้วให้คำมั่นสัญญา ว่าตัวเองดั่งเทพเจ้า ตัวเองคือคนที่คอยสมานฉันทร์ หรือแม้กระทั่งตัวเองเป็นวัตถุโบราณควรค่าแก่การกราบไหว นั่นมันเป็นเรื่องที่คนที่เอาแต่ฟังอย่างเดียวทำไม่ได้ เพราะคนที่เอาแต่ฟังคือคนที่เก็บเกี่ยวสิ่งเหล่านั้นมาคิดมาย่อย แล้วค่อยลงมือทำด้วยความสามารถมากกว่าปาก แล้วไอ้คนพวกนี้เวลาทำอะไรเสร็จแล้วมันจะพิสูจน์ด้วยตัวงานไม่ใช่การป่าวประกาศ สิ่งที่สำคัญที่สุดของสิ่งเหล่านี้คือการเก็บเกี่ยวเรื่องราวรอบตัว ทั้งเรื่องเลวร้ายของคนที่เอาแต่พูดว่าทำได้ทุกอย่างมาเรียนรู้และมองให้เห็นถึงความเป็นมาเป้นไปของคนเหล่านี้ ความสามารถที่มีอยู่ และคอยเป้นผู้ปิดทองหลังพระที่ดีของทุกๆคนที่ดีแต่บากแต่ทำอะไรไม่ได้ (ไปดื่มน้ำ) (ขอโทษอีกครั้งที่ทำให้เสียเวลา) ( จะขอเข้าเรื่องที่ต้องการจะพูด) เราเพียงต้องการบอกะว่าเราอาจจะต้องการคนที่ดีแต่ปากฟังทุกคนแต่ไม่กล้าตัดสินใจมาทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองก็เป็นไปได้ เพราะในเมือเมืองจำลองการใช้ชีวิตอย่างมหา'ลัยยังคิดกันแบบนี้ คงไม่แปลกอะไรที่ประเทศไทยจะลำบาก ถ้าคนแบบนี้น้อยลงทั้งโลก
โลกเราอาจจะน่าอยู่แล้วไม่ร้อนแบบทุกวันนี้ก็เป็นไปได้
ขอบคุณที่ติดตาม
ดีเจห่านบิน ป.ล.
- ฝากงานที่ใกล้จะมาถึง http://306project.exteen.com
- รวมไปถึงบล็อกของDDTMด้วย http://ddtomorrow.exteen.com - คนที่เป็นหัวหน้า ต้องสำนึกว่าตัวเองเป็นใคร? และอยู่ที่ไหน? - ชุดที่ 8 จงเพราะ ของศิลปินที่เราไม่อาจจะเอ่ยนามได้ ไม่ได้เพราะอย่างที่บอก - แพรว ฉายที่สวนสันติชัยปราการ อาทิตย์ที่ 27 เมษายน ทุ่มตรง - คิดถึง...สิ่งที่เคยบอกไว้ April 16 สวัสดีความว่างเปล่าที่กำลังจะมาถึง...สวัสดีความว่างเปล่าที่กำลังจะมาถึง
ถึง คนแปลกหน้า
ที่จิงผมเป็นคนชื่นชอบความเหงามากกว่าความว่างเปล่า
ตั้งแต่เมื่อไหร่....
ก็ยังไม่สามารถที่จะจำความเหล่านั้นรวมไปถึงแยกแยะทั้งสองอย่างได้อย่างชัดเจน
นั่นอาจจะทำให้ผมนั้นไม่เคยจะจำได้เมื่อไหร่ที่ผมค้นพบกับความเหงา
รวมไปถึงความว่างเปล่า
แต่ครั้งสุดท้ายที่รู้จักความเหงาคือตอนนี้
ตอนนี้ของคุณกับผมมันต่างกัน ถึงแม้ว่าตอนนี้เหมือนกัน
ผมไม่อาจะพบคุณได้ แต่คุณสามารถอ่านงานผมในตอนนี้ของคุณ
ซึ่งมันคืออดีตของตอนนี้ของผม
ผมต้องขอโทษที่ผมไม่สามารถที่จะมาพูดเรื่องละเอียดอ่อนเหล่านี้ได้ด้วยตัวของผมเองต่อหน้าคุณในตอนนี้
แต่สิ่งที่คุณอ่านในตอนนี้ของคุณคือความคิดในตอนนี้ของผม
มันอาจจะเป็นไปได้ว่าผมไม่สามารถที่จะสื่อสารโดยตรงได้ดั่งเช่นคนปกติในสภาพที่เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆรอบกาย
สิ่งเหล่านั้นมันมักจะทำให้เกิดความคาดหวัง ความอึดอัด กระอักกระอ่วมใจมากกว่าสถาพที่ว่างเปล่าของความรู้สึก
ผมชื่นชอบความเหงา รวมไปถึงความว่างเปล่าตั้งแต่ผมยังจำความไม่ได้
แต่ผมไม่แน่ใจว่าความอ้างว่ามันจะเป็นสิ่งเดียวกันทั้ง 2 สิ่งที่กล่าวไปหรือไม่
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ของผมที่กำลังพิมพ์อยู่ในช่วงเวลานี้มันก็มีแต่ความอ้างว้างปกคลุมอยู่เต็มชั้นบรรยากาศ
มากกว่าอากาศที่เราต้องใช้ในการหายใจเสียด้วยซ้ำ
ความอ้างว้างมันทำให้เรารู้สึกอึกอัดขนาดไหนก็ตาม
ความเหงาที่เกาะติดตามนั้นก็คงจะสร้างความลำบากใจไม่แพ้กัน สิ่งที่ว่างเปล่าบนหน้ากระดาษที่ถูกขีดเขียนคือสิ่งที่เป็นเหมือนกรอบของตัวอักษร
ไม่ใช่สิ่งที่ว่างเปล่าเหมือนการดาษแผ่นใหม่ที่อยู่บนโต๊ะตัวนั้นอย่างสิ้นเชิง
โต๊ะตัวนั้นในตอนนี้ของผมคือโต๊ะไม้สีน้ำตาลอ่อนที่เต็มไปด้วยหนังสือและแผ่นซีดีเพลงที่ไม่ค่อยอยากจะฟังซักเท่าไหร่
แต่คุณอาจจะไม่เห้นมัน อาจจะเป็นเพราะว่าในตอนนี้ของคุณโต๊ะไม้ตัวนั้นอาจจะหายไปแล้ว
หรือโต๊ะไม้สีน้ำตาลตัวนั้นอาจจะถูกเปลี่ยนสีเป็นสีชมพูตามสมัยนิยม
หรือเป็นไปได้ว่าในตอนนี้ของคุณอาจจะไม่มีสิ่งที่ถูกเรียกว่าโต๊ะอยู่แล้วก็เป็นไปได้
แต่ก็อย่างที่ผมได้บอกไปแล้วว่า
ผมชื่นชอบความเหงา รวมไปถึงความว่างเปล่า
ผมเฝ้ารอให้ถึงวันที่โต๊ะไม้ตัวนั้นและสิ่งต่างๆหายไป ซึ่งตอนนี้ของคุณอาจจะเป็นอย่างที่ผมฝันเอาไว้
ความว่างเปล่าที่กำลังจะมาถึงในช่วงของคุณ
ผมหวังว่าหลังจากที่ผมได้เขียนสิ่งเหล่านี้ลงไปในกระดาษสีขาวแผ่นนั้นแล้ว
ตอนนี้คุณคงมีความสุขในช่วงของยุคสมัยแห่งความว่างเปล่า ซึ่งผมเฝ้าฝันให้เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ผมวางปากกาในตอนนี้ของผม แต่ผมก็รู้ว่ามันคงเป็นตรรกะที่ผิดถ้าเราจะเปลี่ยนแปลงอะไรเพียงแค่เราวางปากกาและทิ้งบางสิ่งเอาไว้ในกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะ
และทำลายความว่างเปล่าเหล่านั้นที่มันยังคงอยู่ และทิ้งเอาไว้ที่ดต๊ะสีน้ำตาลตัวนั้น มันอาจจะเป็นเรื่องดีที่ผมมีความสุขกับความเหงาในตอนนี้
ความเหงากับความว่างเปล่าที่ผมยังไม่สามารถที่จะแยกมันได้ในช่วงเวลาแค่การวางปากกา
ผมหวังใว้ในใจว่าถ้าคุณได้อ่านทุกสิ่งในตอนนี้คุณคงมีความสุขกับความว่างเปล่าที่อบอวนและอบอุ่นอยู่รอบกายของคุณ
มากกว่าความอ้างว้างที่คอยแย่งอากาศหายใจของผมในตอนนี้ ซึ่งตอนนี้ของผมกับคุณมันคือช่วงเวลาที่เหลือมล้ำกันและไม่สามารถที่จะมาบนรรจบกันได้
ขอโทษอีกครั้งที่ผมไม่สามารถที่จะสื่อสารกับคุณในตอนนี้ได้โดยตรง เพราะตอนนี้ของคุณกับผมมันแตกต่างกัน
ตอนนี้ของผมคืออดีตของตอนนี้ของคุณส่วนคุณคืออนาคตของผม
มาถึงตอนนี้อาจจะเป็นบันทัดเกือบสุดท้ายที่ผมจะเขียนเพราะผมไม่มีเวลามากพอที่จะเขียนอะไรให้คุณอ่านในตอนนี้
รวมไปถึงในตอนนี้คุณก็คงไม่มีเวลาว่างมากเพียงพอในช่วงเวลาแห่งความว่างเปล่าของคุณ
ผมขอให้คุณมีความสุขกับความว่างเปล่าและความเหงาที่กำลังจะมาถึงในตอนนี้ของผม
แพท
ป.ล.
- breeze
- สุดท้ายเราก็แค่ต้องการใครซักคนในมิติที่ต่างไป - ภาพต่างๆเหล่านั้นช่างดูงดงาม
- การสื่อสารบางอย่างเราก็แค่ต้องการให้มันช้าลง
- คิดถึงสิ่งที่เคยบอกไว้ |
|
|||
|
|